Thursday, August 28, 2008

วันซวยๆ (ไม่ใ่ช่วันเบาๆ)

วันนี้ตอนเย็นหลังเลิกงานประมาณสามทุ่ม ก็ขอตัวกลับบ้านตามปกติ จากบริษัทไปบ้าน ต้องขึ้นรถไฟ 2 ขบวน ต่อแรกขึ้น Namboku Line แล้วไปต่อ Yurakucho Line ถึงจะถึงบ้าน ไอ้ต่อแรกก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ไอ้ขบวนสองเนี่ยดิ ปกติพอเข้าไปในตัวรถไฟก็จะรี่ไปหาที่ประจำก่อนเลย นั่นก็คือมุมระหว่างประตูกะที่นั่ง มันจะมีช่องให้ยืนพิงได้ ถามว่าทำไมถึงชอบมุมนี้เดี๋ยวจะบอก เสร็จแล้วก็ฟังเพลง เล่นเกมDS ไม่ก็ดูการ์ตูนฆ่าเวลาไปตามประสา ช่วงแรกๆคนก็ไม่เยอะหรอกนะ พอมาประมาณสักกลางทางเนี่ย ไอ้เราก็ดูการ์ตูนไม่ได้สนใจโลกภายนอก แหงนหน้าขึ้นมาอีกที เฮ้ยยยยยยย คนเต็มเลย ทำไมวันนี้คนเยอะขนาดนี้ฟะ เวลานี้ก็ไ่ม่ใช่ rush hour ซะักะหน่อย พอรถจอดสถานีต่อไป เห็นคนยืนรอจะขึ้นรถไฟเป็นล้าน เริ่มเอะใจและ ปิดipod เริ่มฟังเผื่อจะมีประกาศอะไร ถึงเป็นภาษาญี่ปุ่นก็พอจะเดาได้บ้างแหล่ะ

แล้วก็มีประกาศจิงๆด้วย จับใจความคร่าวๆได้ว่า สายที่ใช้เส้นทางเดียวกันสายอื่นมีปัญหา คนก็เลยแห่กันมาใช้สายนี้สายเดียว แถมรถต้องหยุดเป็นระยะๆด้วย เราก็เอาแล้วววววว เวรแล้วมั้ยหล่ะ พอประตูเปิดเท่านั้นหล่ะ โอ้โห คนกรูกันเข้ามาแบบไม่ลืมหูลืมตาลืมยาย อัดกันเป็นแหนมป้าย่นเลย(จิงๆใช้อัดกันเป็นปลากระป๋อง น่าจะฟังดูดีกว่านะ:P)

ทีนี้ข้อดีของมุมตรงประตูคือ เวลาคนเข้ามาก็จะผ่านเราไป ไม่ต้องโดนดัน ไม่ต้องโดนเบียด ไม่ต้องเขยิบหรืออะไรทั้งนั้น เจ๋งอ๊ะเด้ คิดได้ไง โว้..... เมืองไทยคงไม่แน่นแบบนี้หรอก แต่ยังไงก็โดนเบียดอยู่เพราะคนเยอะมา ยังดีที่คนที่เบียดเป็นสาวๆ(เริ่มหื่นนิดๆ) เลยพอรับได้


"มีภาพมาให้ดูว่าแน่นขนาดไหน อันนี้ไม่ได้ถ่ายเองนะ เอามาจะเวป แต่ก็คือๆกัน"

เบียดกะสาวๆได้แค่สองสถานี สาวเจ้าดันออกจากรถไฟไป กลายเป็นป้าแกและครอบครัวตัว ฮ. มาแทน แม่งงงง ทุกคนล้อมวงหันหน้ามาหาเรา เพราะมันเป็นมุมอ่ะนะ แล้วก็เริ่มคุยกัน โอ้โห คุณป้าสงสัยไม่ได้ใช้เดนทิสเต้ตอนเช้า ปากเหม็นไปมั้ยคับ ไอ้เราก็หันไปไหนไม่ได้ เพราะมันแน่นมาก แถมป้าแกคุยเก่งอีกต่างหาก คุยไม่หยุดเลย แม่งรถไฟก็หยุดกลางทางอีก เราเหมือนกลายเป็นที่รับน้ำลายของทุกคน อีกอย่างจะบอกว่าระบบถ่ายเทในรถไฟญี่ปุ่นเนี่ยแย่ัมั่กๆ พอคนแน่นขนาดนี้นะ แถมยังหยุดกลางทาง แต่ละคนก็สูด oxygen กันเข้าไป แล้วก็คาย carbondyoxide กันออกมา ไอ้เราก็สูดเข้าไปดิ แถมกลิ่นหมากของป้าแกเข้าไปอีก แทบจะเป็นลมจิงๆนะ เกือบวูบอ่ะ ไอ้รถไฟก็ไม่ไปสักที โชคดีที่ครอบครัวตัว ฮ. และคุณป้าตัวเตี้ยกว่าเรา เลยเริ่มแหงนหน้าขึ้น เขย่งเท้านิดๆเพื่อจะรับอากาศอันเบาบางได้บ้าง หันไปดูแต่ละคน หน้าเหยเกกันทั้งนั้น คิดในใจ เอาวะ อีกแค่สามสถานีก็ลงแล้ว พอดีรถออกพอดี พอถึงสถานีต่อไปเนี่ย ประตูเปิดปั๊ป สูดดดดดดเลย ซู๊ดดดดดดดดดดดดด....... ตุนอากาศไว้ให้เยอะที่สุด หลังจากนั้นคนก็เริ่มบางลง สุดท้ายก็ถึงสถานีเรา ออกจากรถไฟไปก็ยังได้ยินเสียงคุณป้าแกจ้อไม่หยุดอยู่เลย นี่ถ้าฟังรู้เรื่องว่าคุยอะไรกันคงยิ่งรำคาญกว่านี้ ออกจากสถานีมาฝนตกหนักอีก ดีที่พกร่มติดตัวมาด้วย

ใครอ่านแล้วไม่ต้องตกใจนะ ปกติรถไฟที่ญี่ปุ่น ถ้าไม่ใช่ rush hour หรือ last train ก็ไ่ม่เป็นแบบนี้หรอก พอดีวันนี้มันมีปัญหา แต่อย่าเป็นบ่อยแล้วกัน เค้าบอกว่าเวลารถไฟมีปัญหา delay หรือ หยุดให้บริการเนี่ย 80% มาจากมีคนฆ่าตัวตาย(กระโดดลงไปในราง ตอนรถไฟวิ่งมา) เฮ้ออออออ ตัวเองจะตาย
แล้วยังมาทำความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก คิดได้ไงเนี่ย

No comments: